วีซ่าทำงานเกษตรเกาหลี กันแบบทุกซอกทุกมุมเลย ต้องบอกเลยว่างานเกษตรที่เกาหลีเป็นที่ต้องการอย่างมาก และรัฐบาลทั้งสองประเทศก็มีโครงการรองรับแรงงานไทยโดยเฉพาะ ที่สำคัญคือ เป็นเส้นทางที่ถูกกฎหมาย 100% ไม่ต้องเสี่ยงเป็น “ผีน้อย” ให้ลำบากใจ ลืมภาพการแอบไปทำงานแบบหลบๆ ซ่อนๆ ไปได้เลย จะพาทุกท่านไปรู้จักเส้นทางสู่การเป็นแรงงานภาคเกษตรที่เกาหลี

การทำงานเกษตรที่เกาหลี

การไปทำงานเกษตรที่เกาหลีแบบถูกกฎหมายสำหรับคนไทยนั้น หลักๆ แล้วมี 2 ช่องทาง ซึ่งใช้วีซ่าคนละประเภทกัน มาดูกัน ว่าแบบไหนจะเหมาะกับเราที่สุด วีซ่าทำงานเกษตรเกาหลี

  1. วีซ่า E-8 (Seasonal Worker Visa) โครงการแรงงานเกษตรตามฤดูกาล
    • ลักษณะงาน เป็นวีซ่าทำงานระยะสั้น มีกำหนดเวลาชัดเจน (ส่วนใหญ่ 5 เดือน) เพื่อเข้าไปช่วยงานในช่วงที่ผลผลิตล้นหลาม เช่น ฤดูเก็บเกี่ยว
    • จุดเด่น ไม่ต้องสอบวัดระดับภาษาเกาหลี (EPS-TOPIK) ทำให้เข้าถึงง่ายกว่า
    • ช่องทางการสมัคร สมัครผ่าน กรมการจัดหางาน เท่านั้น ซึ่งจะเป็นการจัดส่งตามข้อตกลง (MOU) ระหว่างจังหวัดของไทยกับเมืองต่างๆ ในเกาหลี
  2. วีซ่า E-9 (Non-professional Employment: แรงงานทั่วไป (ภาคเกษตร)
    • ลักษณะงาน เป็นวีซ่าทำงานระยะยาว (สัญญาจ้างสูงสุด 4 ปี 10 เดือน) ในฟาร์มหรือบริษัทที่ประกอบกิจการด้านการเกษตรและปศุสัตว์
    • จุดเด่น สามารถทำงานได้ยาวนานกว่าและมีโอกาสเก็บเงินได้มากกว่า
    • ข้อกำหนด จำเป็นต้องสอบวัดระดับภาษาเกาหลี (EPS-TOPIK) ให้ผ่าน และสมัครผ่านระบบการจ้างแรงงานต่างชาติ (EPS) ของกรมการจัดหางานเช่นกัน

วีซ่า E-8 โครงการแรงงานตามฤดูกาล (ทางเลือกใหม่ ไม่ต้องสอบ)

วีซ่า E-8 ถือเป็นโอกาสทองสำหรับเกษตรกรไทยหลายๆ คนเลย  เพราะเปิดโอกาสให้ไปทำงานได้ง่ายขึ้น เรามาดูรายละเอียดกัน 

คุณสมบัติเบื้องต้นของผู้สมัคร (อาจแตกต่างกันไปในแต่ละประกาศ)

ขั้นตอนการสมัคร วีซ่าทำงานเกษตรเกาหลี (ดำเนินการผ่านกรมการจัดหางานเท่านั้น!)

  1. ติดตามประกาศ รอประกาศรับสมัครจาก กรมการจัดหางาน ผ่านเว็บไซต์ www.doe.go.th หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัดที่คุณมีภูมิลำเนาอยู่
  2. ยื่นใบสมัคร เมื่อมีประกาศเปิดรับ ให้เตรียมเอกสารสำคัญ เช่น บัตรประชาชน, ทะเบียนบ้าน, เอกสารรับรองประสบการณ์การทำงานเกษตร หรือสำเนาสมุดทะเบียนเกษตรกร ไปยื่นที่สำนักงานจัดหางานจังหวัด
  3. การคัดเลือก กรมการจัดหางานจะเป็นผู้คัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติตรงตามที่นายจ้างเกาหลีต้องการ และอาจมีการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย
  4. ทำสัญญาและอบรม เมื่อได้รับคัดเลือก จะมีการทำสัญญาจ้างและเข้ารับการอบรมก่อนเดินทาง
  5. ยื่นวีซ่าและเดินทาง กรมการจัดหางานจะดำเนินการขอวีซ่า E-8 ให้ และเมื่อวีซ่าอนุมัติ ก็เตรียมตัวเดินทางได้เลย

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวีซ่าเกษตร

💬 วีซ่าเกษตร E-8 ไปแล้วไปซ้ำได้ไหม?

✅ ได้ ! จุดเด่นของวีซ่า E-8 คือ หากคุณทำงานดี ไม่ทำผิดกฎหมาย และเดินทางกลับตามกำหนดเวลา เมื่อมีโครงการเปิดรับสมัครอีกครั้งในฤดูกาลถัดไป คุณจะมีโอกาสได้รับการพิจารณาให้กลับไปทำงานที่เดิมได้ง่ายขึ้น 

💬 รายได้ของงานเกษตรที่เกาหลีประมาณเท่าไหร่?

✅ รายได้จะเป็นไปตามกฎหมายค่าแรงขั้นต่ำของเกาหลี ซึ่งถือว่าสูงมาก เมื่อคำนวณเป็นเงินไทยแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 49,000 – 50,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป (ยังไม่รวมหักค่าที่พักและอาหารบางส่วนที่นายจ้างอาจจัดหาให้)

💬 ไม่มีสมุดเกษตรกรเล่มเขียว สมัครโครงการ E-8 ได้ไหม?

✅ อาจจะสมัครได้ในบางโครงการ  หากคุณสามารถหาหนังสือรับรองประสบการณ์การทำงานด้านการเกษตรจากนายจ้างหรือผู้นำชุมชนได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีทะเบียนเกษตรกรอาจได้รับการพิจารณาก่อน ดังนั้นการไปขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้จึงเป็นประโยชน์มาก 

💬 งานเกษตรที่เกาหลีหนักไหม?

✅ งานเกษตรเป็นงานที่ต้องใช้พละกำลังและความอดทนสูง  สภาพอากาศก็แตกต่างจากไทยมาก ต้องเตรียมร่างกายและจิตใจให้พร้อม แต่ก็แลกมากับรายได้ที่คุ้มค่าและการได้ประสบการณ์ชีวิตในต่างแดน 

Couplemarryvisa ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องเกษตรกรไทยทุกคนที่มุ่งมั่นจะไปทำงานสร้างอนาคตที่เกาหลีนะคะ การเลือกเดินทางผ่านช่องทางที่ถูกต้องของรัฐบาลคือหลักประกันที่ดีที่สุดที่จะทำให้คุณได้ทำงานอย่างสบายใจและปลอดภัย  @couplemarry

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *