” วีซ่า E-7 “ หรือ วีซ่าทำงานสำหรับผู้มีทักษะพิเศษ (Special Professional Visa) ของประเทศเกาหลีใต้สำหรับใครที่มีวุฒิการศึกษา มีประสบการณ์ทำงาน และมีความสามารถเฉพาะทาง วีซ่า E-7 คือประตูสู่การทำงานในบริษัทเกาหลีด้วยตำแหน่งงานที่ดี รายได้สูง และเป็นเส้นทางสู่การทำงานในเกาหลีระยะยาวอย่างยั่งยืน แตกต่างจากวีซ่าแรงงานทั่วไป (E-9) อย่างสิ้นเชิง วันนี้เราจะมาเจาะลึกทุกแง่มุมของวีซ่า E-7 กันแบบละเอียดสุดๆ อ่านจบแล้วคุณจะเข้าใจว่าวีซ่านี้คืออะไร ใครมีสิทธิ์สมัคร และต้องเริ่มต้นอย่างไร ถ้าพร้อมแล้ว
ทำความรู้จัก “วีซ่า E-7” วีซ่าสำหรับมือโปร
วีซ่า E-7 คือวีซ่าทำงานที่ออกให้แก่ชาวต่างชาติที่มีความรู้ความสามารถหรือทักษะเฉพาะทางที่จำเป็นต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ โดยได้รับการว่าจ้างจากบริษัทหรือองค์กรในเกาหลี
จุดเด่นที่แตกต่างจากวีซ่าทำงานทั่วไป (E-9)
- ไม่ต้องผ่านระบบรัฐ การสมัครไม่ต้องผ่านกรมการจัดหางานและไม่ต้องสอบ EPS-TOPIK (แต่อาจต้องใช้คะแนนภาษาในบางสายงานหรือเพื่อเพิ่มคะแนนในระบบ E-7-4)
- ตำแหน่งงานเฉพาะทาง ไม่ใช่งานแรงงานทั่วไป แต่เป็นตำแหน่งในออฟฟิศ, งานฝีมือ, หรือสายวิชาชีพ
- รายได้สูงกว่า นายจ้างต้องเสนอเงินเดือนให้ผ่านเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำที่รัฐบาลเกาหลีกำหนดสำหรับวีซ่าประเภทนี้ ซึ่งสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำทั่วไป
- โอกาสพำนักระยะยาว วีซ่าสามารถต่ออายุได้เรื่อยๆ ตราบเท่าที่ยังมีการจ้างงาน และเป็นบันไดขั้นสำคัญในการขอวีซ่าพำนักถาวร (F-5) ในอนาคต
- พาครอบครัวติดตามได้ ผู้ที่ถือวีซ่า E-7 ส่วนใหญ่สามารถทำวีซ่าติดตาม (F-3) ให้คู่สมรสและบุตรได้

ประเภทของวีซ่า E-7
วีซ่า E-7 แบ่งย่อยได้เป็นหลายประเภทตามลักษณะของงานและความเชี่ยวชาญ ได้แก่:
- E-7-1 สำหรับผู้เชี่ยวชาญ
- E-7-2 สำหรับแรงงานกึ่งฝีมือ
- E-7-3 สำหรับแรงงานทั่วไป
- E-7-4 สำหรับแรงงานฝีมือ โดยใช้ระบบคะแนน (เป็นช่องทางสำหรับผู้ที่ทำงานในเกาหลีด้วยวีซ่าประเภท E-9, E-10, หรือ H-2 มาก่อนและมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์)
ใครบ้างที่สามารถสมัครวีซ่า E-7 ได้?
คุณสมบัติของผู้สมัครจะขึ้นอยู่กับประเภทของตำแหน่งงาน แต่โดยทั่วไปแล้ว เกณฑ์หลักๆ ที่ใช้พิจารณาจะมีดังนี้
กลุ่มที่ 1 ผู้มีวุฒิการศึกษาและประสบการณ์
- จบการศึกษาระดับ ปริญญาโทขึ้นไป ในสาขาที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงาน
- จบการศึกษาระดับ ปริญญาตรี และมี ประสบการณ์ทำงานอย่างน้อย 1 ปี ในสาขาที่เกี่ยวข้อง
- มี ประสบการณ์ทำงานอย่างน้อย 5 ปี ในสาขาอาชีพนั้นๆ (สามารถใช้ทดแทนวุฒิปริญญาตรีได้ในบางตำแหน่ง)
กลุ่มที่ 2 ผู้มีคุณสมบัติพิเศษ (ได้รับการยกเว้นบางเงื่อนไข)
- เคยทำงานในบริษัทที่ติดอันดับ Fortune 500 มาก่อน
- จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก (Top University)
- เป็นผู้ที่มีรายได้สูงตามเกณฑ์ที่กำหนด (เช่น มากกว่า 3 เท่าของ GNI เกาหลี)
- แรงงานต่างชาติที่ทำงานในเกาหลีด้วยวีซ่า E-9 และต้องการเปลี่ยนเป็น วีซ่า E-7-4 (วีซ่าทักษะฝีมือระบบคะแนน) ซึ่งจะพิจารณาจากคะแนนรวมด้านรายได้, อายุ, ทักษะภาษาเกาหลี (TOPIK/KIIP) และประสบการณ์ทำงาน

เปิดโผ! ตำแหน่งงานยอดฮิตที่เปิดรับด้วยวีซ่า E-7
วีซ่า E-7 ครอบคลุมตำแหน่งงานมากกว่า 80 สาขาอาชีพ แบ่งเป็นหมวดหมู่หลักๆ ได้แก่
- ผู้จัดการและผู้บริหาร (Managers) เช่น ผู้จัดการฝ่ายการตลาด, ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล
- ผู้เชี่ยวชาญและสายวิชาชีพ (Professionals)
- สายวิทย์/IT นักวิทยาศาสตร์, นักพัฒนาระบบซอฟต์แวร์, นักวิเคราะห์ข้อมูล, วิศวกรคอมพิวเตอร์
- สายวิศวกรรม วิศวกรเครื่องกล, วิศวกรไฟฟ้า, สถาปนิก
- สายอื่นๆ นักแปล/ล่าม, นักออกแบบ (Designer), พยาบาล, อาจารย์มหาวิทยาลัย, ผู้ประสานงานระหว่างประเทศ (Medical Coordinator)
- แรงงานกึ่งฝีมือ (Semi-professionals)
- พนักงานต้อนรับในโรงแรม, พนักงานขายในร้านค้าปลอดอากร (Duty-Free)
- เชฟและพ่อครัว
- แรงงานฝีมือทั่วไป (General Skilled Workers)
- ช่างเชื่อมในอุตสาหกรรมต่อเรือ, ช่างทำเครื่องดนตรี, ช่างทาสีเรือ
ขั้นตอนการขอวีซ่า E-7
กระบวนการนี้จะแตกต่างจากการขอวีซ่าทั่วไป เพราะ นายจ้างในเกาหลีจะเป็นผู้เริ่มต้นกระบวนการ ให้เรา
ฝั่งนายจ้าง (ในเกาหลี)
- หางานและสัมภาษณ์ คุณต้องหางานและได้รับการตอบรับเข้าทำงานจากบริษัทในเกาหลีให้ได้เสียก่อน
- นายจ้างยื่นขอใบอนุญาต บริษัทจะรวบรวมเอกสารของคุณ (เช่น เรซูเม่, ใบรับรองการศึกษา, ใบผ่านงาน) และเอกสารของบริษัท เพื่อยื่นขอ “ใบแนะนำการจ้างงาน” (Recommendation Letter) จากกระทรวงที่เกี่ยวข้อง (เช่น กระทรวงแรงงาน, กระทรวงพาณิชย์)
- ขอใบอนุมัติวีซ่า (Visa Issuance Number) หลังจากได้ใบแนะนำแล้ว นายจ้างจะนำเอกสารทั้งหมดไปยื่นต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในเกาหลี เพื่อขอ “Confirmation of Visa Issuance” หรือที่เรียกกันว่า “เลขวีซ่า”
ฝั่งลูกจ้าง (ในไทย)
- ยื่นขอวีซ่าที่สถานทูต เมื่อนายจ้างส่ง “เลขวีซ่า” มาให้ คุณจะต้องนำเลขดังกล่าว พร้อมเอกสารส่วนตัว ไปยื่นขอวีซ่า E-7 ที่สถานเอกอัครราชทูตเกาหลีในประเทศไทย
- รับวีซ่าและเดินทาง เมื่อวีซ่าในพาสปอร์ตได้รับการอนุมัติ ก็สามารถเดินทางไปทำงานที่เกาหลีใต้ได้ทันที!
เอกสารที่ใช้ในการยื่นขอวีซ่า
การยื่นขอวีซ่า E-7 โดยส่วนใหญ่แล้ว นายจ้างในเกาหลีจะเป็นผู้ดำเนินการยื่นเอกสารส่วนใหญ่ให้ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเกาหลี (Immigration Office) เพื่อขอ “ใบอนุญาตการออกวีซ่า” (Visa Issuance Confirmation) จากนั้นผู้สมัครในประเทศไทยจึงจะนำเอกสารที่จำเป็นไปยื่นที่สถานทูตฯ
เอกสารที่จำเป็นของผู้สมัคร (หลังจากได้รับ Visa Issuance Confirmation)
- แบบฟอร์มขอวีซ่า ที่กรอกข้อมูลครบถ้วน
- หนังสือเดินทาง (Passport) ตัวจริงและสำเนา
- รูปถ่าย ขนาดที่ถูกต้องตามที่กำหนด (โดยทั่วไปคือ 3.5 x 4.5 ซม. พื้นหลังสีขาว)
- ใบอนุญาตการออกวีซ่า (Visa Issuance Confirmation Number) ที่ได้รับจากนายจ้างในเกาหลี
- เอกสารอื่นๆ อาจมีการขอเอกสารเพิ่มเติมเพื่อยืนยันคุณสมบัติ เช่น วุฒิการศึกษาและใบรับรองประสบการณ์ทำงาน
ข้อควรทราบ
- การขอวีซ่า E-7 เป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและใช้เวลานาน
- เกณฑ์และประเภทงานอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ของกระทรวงยุติธรรมเกาหลี (Ministry of Justice) หรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเกาหลี รวมถึงเว็บไซต์ของสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ วีซ่า E-7
💬 ถ้าไม่มีวุฒิปริญญาตรี แต่เป็นเชฟมา 10 ปี สมัครได้ไหม?
✅ มีโอกาสสูงมาก! สำหรับอาชีพที่เน้นทักษะปฏิบัติอย่างเชฟ ประสบการณ์ทำงานที่ยาวนานและอาจมีใบรับรองจากสถาบันสอนทำอาหารที่น่าเชื่อถือ สามารถใช้ยื่นสมัครได้ โดยนายจ้างจะเป็นผู้ช่วยพิจารณาและดำเนินการให้
💬 เงินเดือนสำหรับวีซ่า E-7 ต้องได้เท่าไหร่?
✅ มีข้อกำหนดชัดเจน โดยทั่วไป นายจ้างต้องเสนอเงินเดือนให้คุณ ไม่น้อยกว่า 80% ของรายได้ประชาชาติต่อหัว (GNI) ของคนเกาหลี ซึ่งเกณฑ์นี้จะอัปเดตทุกปี เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นการจ้างงานผู้เชี่ยวชาญจริง ไม่ใช่การกดค่าแรง
💬 Couplemarryvisa ช่วยหางาน E-7 ให้ได้ไหม?
✅ Couplemarryvisa ไม่ใช่บริษัทจัดหางาน เราจึงไม่สามารถหางานให้ได้โดยตรง แต่เรามีความเชี่ยวชาญในการ “ให้คำปรึกษาและบริการด้านการเตรียมเอกสารวีซ่า” หากคุณได้รับการตอบรับจากนายจ้างแล้ว และต้องการความช่วยเหลือในการตรวจสอบและจัดเตรียมเอกสารส่วนตัวของคุณให้สมบูรณ์แบบที่สุดตามมาตรฐานของสถานทูต สามารถติดต่อให้เราช่วยดูแลในส่วนนี้ได้
Couplemarryvisa วีซ่า E-7 คือโอกาสสำคัญสำหรับมืออาชีพชาวไทยที่ต้องการเติบโตในสายงานและยกระดับคุณภาพชีวิต หากคุณมีคุณสมบัติที่เข้าข่าย อย่าลังเลที่จะมองหาโอกาส @couplemarry หรือจะมีอีกแนวทางหนึ่งคือ มีญาติวีซ่าแต่งงานในเกาหลีก็สามารถเชิญญาติพี่น้องมาทำงานนี้ได้เช่นกันเช่นกัน